รีวิวสายสัญญาณเสียง 6 แนวทางตรวจตราประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง ราคา คลิกเลย
ข่าวบันเทิง
ข่าวดารา
   ข่าวมุสลิม
ข่าวอิสลาม
  บายาน
บะยาน
  ลงประกาศฟรี
รวมเว็บลงประกาศฟรี

ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสายสัญญาณเสียง 6 แนวทางตรวจตราประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง ราคา คลิกเลย  (อ่าน 12 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มิถุนายน 14, 2018, 02:32:39 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 854
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

6 แนวทางวิเคราะห์คุณภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง คือเครื่องมือสำหรับใช้ในการเชื่อมต่อเครื่องเสียงกับเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออก ณ เครื่องเสียง ช่วยให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
ปัจจุบันนี้ พวกเราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วๆไปตามร้านค้าขายเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วก็เครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีสินค้าหลายรุ่น หลายแบรนด์ให้เราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่ๆว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ทำให้ท่านภาพของสินค้ามีความไม่เหมือนกันด้วย ถ้าเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ก็ดีแล้วไป แต่หากเราเผลอไปซื้อสายสัญญาณเสียง ราคา ที่มิได้ประสิทธิภาพมาใช้งานเข้า ก็จะต้องเผชิญกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ อีกทั้งเสียงไม่ออก ประสิทธิภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้งานสั้น ใช้ไปได้ไม่เท่าไรก็เสียแล้ว ทั้งยังสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจประเมินคุณภาพด้วยราคาได้ เนื่องจากว่าไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ราคาไม่แพงหรือผลิตภัณฑ์ราคาสูง ต่างก็มีอีกทั้งคุณภาพดี คุณภาพแย่ และก็ปัญหาในตัวเองผสมกันไป ด้วยเหตุดังกล่าว พวกเราก็เลยจำเป็นจะต้องมีวิธีการเบื้องต้นสำหรับตรวจสอบประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ถัดไป
.

.
การวิเคราะห์ประสิทธิภาพ สายสัญญาณเสียง เราสามารถทำได้ 6 วิธีดังนี้
1. ตรวจตราความแข็งแรง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นสิ่งแรกที่เราสามารถสำรวจด้วยตัวเองได้ รวมทั้งควรจะเช็คเป็นอย่างแรก เนื่องด้วยสายสัญญาณเสียงในปัจจุบันมีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งแล้วก็ความอ่อนไม่เท่ากัน โดยปกติ สายสัญญาณเสียงที่ราคาแพงถูกมักจะมีสายค่อนข้างจะแข็ง ขณะที่สายสัญญาณเสียงราคาสูงๆมักจะมีสายอ่อน ข้อแนะนำเป็น ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเกินไป ด้วยเหตุว่าจะไม่อาจจะพับสายได้ ถ้าเกิดพับ ม้วนเก็บสายย่อมก่อให้เกิดปัญหา ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเกินไป เพราะเหตุว่ายิ่งอ่อนนิ่มมาก สายก็จะยิ่งบอบบาง เมื่อเอาไปใช้งานเป็นประจำย่อมมีการเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้อย่างไม่ยากเย็นสายสัญญาณเสียงที่ดีเยี่ยมที่สุด ควรเป็นสายที่อ่อนพอจะสามารถพับได้อย่างไม่เกิดการเสียหาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่มีการฉีกให้ขาด ถ้าหากเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะแบบนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. ตรวจสอบวัสดุที่ใช้สำหรับในการทำหัวสายว่าเป็นยังไง สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาขายในตอนนี้นั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆในการทำหัวสาย อาทิเช่น ทองสัมฤทธิ์ และอลูมินัม ขอเสนอแนะว่าควรที่จะเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองสัมฤทธิ์จะดีกว่า เพราะเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีมากว่าอลูมิเนียม ไม่ค่อยพบเจอกับปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้ว่าจะทิ่มสายไม่แน่นก็ตาม ในเวลาที่อลูมินัม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก ถ้าแทงไม่แน่นจะไม่สามารถนำสัญญาณเสียงได้ นอกนั้น ทองบรอนซ์ยังเป็นโลหะที่มีความทนทานสูง มีอายุการใช้แรงงานนาน ไม่ค่อยเจอกับปัญหาหัวข้อการหัก หรือการโค้งงอผิดรูป ตอนที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมิเนียมนั้นจำต้องใช้งานอย่างระแวดระวัง หากไม่ทะนุถนอม หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันเร็วทันใจ
3. สำรวจการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าคืออะไร มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีไหม โดยทั่วไปสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับหงุดหงิดบได้อย่างสนิท ในขณะสายสัญญาณเสียงคุณภาพต่ำมักยึดส่วนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำเพียงแค่เอาสายใส่เข้าไปในหัวแบบไม่ได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากอารมณ์เสียบ รวมทั้งถ้าสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่สามารถซ่อมได้ จะต้องทิ้งอย่างเดียว ฉะนั้นสำหรับในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง เราจึงจำเป็นต้องตรวจสอบจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. พิจารณาความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวเพียงใด โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ควรจะมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 เซนติเมตร เนื่องจากเป็นความยาวที่สมควรในการแทงกับอุปกรณ์ต่างๆได้โดยไม่มีการโยกหรือหลวม อีกทั้งยังแทงได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา ถ้าเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะหัวเสียบสั้นเกินไป จะไม่อาจจะเสียบกับเครื่องมือได้ เกิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นช่วงๆต้องรอพยุงไว้ ส่วนถ้าเกิดโลหะที่หัวทิ่มมีความยาวมากจนเกินไป เมื่อทิ่มกับเครื่องมือจะทำให้มีโลหะนิดหน่อยโผล่ขึ้นมา ถ้าเผลอไปชนเข้าอาจจะส่งผลให้สายเกิดการหักได้
5. ตรวจตราความยาวของสายไฟว่ามีมากมายน้อยเท่าใด ข้อนี้แม้ว่าจะไม่ได้ส่งผลต่อคุณภาพการใช้แรงงานโดยตรง แต่ว่าก็สำคัญ เพราะว่าการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวพอเพียงต่อการใช้แรงงาน จะช่วยทำให้สามารถต่อเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่กำเนิดปัญหาสายตึงรั้งเกินไปจนถึงเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนเกินไปกระทั่งกำเนิดความรู้สึกขวาง ซึ่งความยาวที่เหมาะสมของสายไฟขึ้นอยู่กับการใช้งานของพวกเราว่าเป็นอย่างไร แม้เป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับทิ่มวัสดุอุปกรณ์เครื่องเสียงในรถยนต์ หรือลำโพงทั่วไป ควรมีความยาวอยู่ที่ 30-60 เซนติเมตร ส่วนถ้าเกิดเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จะต้องลากสายยาวๆก็ควรมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. วิเคราะห์ยี่ห้อของสาย ส่วนแบรนด์นี้ก็นับว่ามีความจำเป็นไม่แพ้กันสำหรับการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรจะเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่ผลิตขึ้นโดยแบรนด์อันเป็นที่รู้จัก หลีกเลี่ยงสินค้าจากยี่ห้อแปลกๆหรือสินค้าโนเนม ด้วยเหตุว่าชอบเป็นสินค้าที่มิได้คุณภาพ มีโอกาสเสียเสียหายได้ง่าย
การเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้คุณภาพถือเป็นเรื่องที่พวกเราต้องให้ความเอาใจใส่ เพื่อให้การเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีคุณภาพ ได้การเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
เครดิตบทความ
บทความสาย audio cable : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com

Tags : สายสัญญาณเสียง ราคา,สาย audio cable