รีวิวสายสัญญาณเสียง ราคา 6 แนวทางวิเคราะห์คุณภาพสายสัญญาณเสียง ราคา คลิกเลย
ข่าวบันเทิง
ข่าวดารา
   ข่าวมุสลิม
ข่าวอิสลาม
  บายาน
บะยาน
  ลงประกาศฟรี
รวมเว็บลงประกาศฟรี

ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสายสัญญาณเสียง ราคา 6 แนวทางวิเคราะห์คุณภาพสายสัญญาณเสียง ราคา คลิกเลย  (อ่าน 15 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 01, 2018, 07:27:10 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 584
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

6 แนวทางตรวจตราประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง คือเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับใช้ในการเชื่อมต่อเครื่องเสียงกับเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออก ณ เครื่องเสียง ช่วยให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
ปัจจุบัน พวกเราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วๆไปตามร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วก็อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีผลิตภัณฑ์หลายรุ่น หลายยี่ห้อให้เราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนท้องตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายแบรนด์ ทำให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์มีความไม่เหมือนกันด้วย ถ้าหากว่าเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ก็ดีแล้วไป แต่ถ้าเกิดพวกเราเผลอไปซื้อสายสัญญาณเสียง ราคา ที่ไม่ได้คุณภาพมาใช้งานเข้า ก็จะต้องเจอกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ อีกทั้งเสียงไม่ออก ประสิทธิภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้แรงงานสั้น ใช้ไปได้เล็กน้อยก็เสียแล้ว ทั้งสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นสินค้าที่ไม่อาจประเมินคุณภาพด้วยราคาได้ ด้วยเหตุว่าไม่ว่าจะเป็นสินค้าราคาถูกหรือสินค้าราคาสูง ต่างก็มีคุณภาพดี คุณภาพต่ำ และปัญหาในตนเองคละเคล้ากันไป ด้วยเหตุผลดังกล่าว พวกเราจึงจำเป็นต้องมีวิธีการเบื้องต้นสำหรับตรวจตราประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ถัดไป
.

.
การวิเคราะห์คุณภาพ สายสัญญาณเสียง พวกเราสามารถทำได้ 6 วิธีดังนี้
1. วิเคราะห์ความแข็ง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นสิ่งแรกที่พวกเราสามารถด้วยตนเองได้ และควรเช็คเป็นสิ่งแรก เนื่องด้วยสายสัญญาณเสียงในปัจจุบันมีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งแล้วก็ความอ่อนแตกต่างกัน โดยธรรมดา สายสัญญาณเสียงที่มีราคาถูกชอบมีสายค่อนข้างแข็ง ขณะที่สายสัญญาณเสียงราคาแพงๆชอบมีสายอ่อน ข้อเสนอเป็น ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเกินไป เพราะว่าจะไม่สามารถที่จะพับสายได้ หากพับ ม้วนเก็บสายย่อมก่อปัญหา ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเหลือเกิน เนื่องจากว่ายิ่งอ่อนนิ่มมากมาย สายก็จะยิ่งบอบบาง เมื่อนำไปใช้งานบ่อยๆย่อมมีความเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้อย่างไม่ยากเย็นสาย audio cableที่ยอดเยี่ยม ควรเป็นสายที่อ่อนพอจะสามารถพับได้อย่างไม่เกิดการเสียหาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่เกิดการฉีกขาด หากพวกเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะแบบนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. พิจารณาสิ่งของที่ใช้สำหรับในการทำหัวสายว่าคืออะไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาขายในปัจจุบันนั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆในการทำหัวสาย ตัวอย่างเช่น ทองบรอนซ์ แล้วก็อลูมิเนียม ขอแนะนำว่าควรที่จะทำการเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองบรอนซ์จะดีมากยิ่งกว่า เนื่องมาจากเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีมากว่าอลูมิเนียม ไม่ค่อยมีปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้จะทิ่มสายไม่แน่นก็ตาม ตอนที่อลูมินัม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก ถ้าแทงไม่แน่นจะไม่อาจจะนำสัญญาณเสียงได้ ยิ่งไปกว่านี้ ทองบรอนซ์ยังเป็นโลหะที่มีความคงทนสูง มีอายุการใช้แรงงานยาวนาน ไม่ค่อยพบเจอกับปัญหาเรื่องการหัก หรือการโค้งงอผิดรูป ขณะที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมินัมนั้นจำต้องใช้งานอย่างระแวดระวัง หากไม่ทะนุถนอม หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันรวดเร็วทันใจ
3. ตรวจตราการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าเป็นยังไง มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีไหม โดยธรรมดาสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับหงุดหงิดบได้อย่างสนิท ในเวลาที่สายสัญญาณเสียงคุณภาพแย่มักยึดท่อนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำเพียงแค่เอาสายสอดเข้าไปในหัวแบบไม่ได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากหงุดหงิดบ และก็ถ้าหากสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่สามารถที่จะซ่อมได้ ต้องทิ้งอย่างเดียว ฉะนั้นสำหรับในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง เราจึงจะต้องวิเคราะห์จุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. พิจารณาความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวเพียงใด โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ควรมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 ซม. เพราะเป็นความยาวที่สมควรในการเสียบเข้ากับเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆได้โดยไม่เกิดการคลอนหรือหลวม อีกทั้งยังทิ่มได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา ถ้าเกิดเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะอารมณ์เสียบสั้นเกินความจำเป็น จะไม่สามารถที่จะทิ่มกับวัสดุอุปกรณ์ได้ เกิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นช่วงๆจำต้องรอประคองไว้ ส่วนถ้าหากโลหะที่หัวทิ่มมีความยาวมากจนเกินไป เมื่อเสียบกับอุปกรณ์จะทำให้มีโลหะนิดหน่อยโผล่ขึ้นมา ถ้าหากเผลอไปชนเข้าอาจจะส่งผลให้สายเกิดการหักได้
5. พิจารณาความยาวของสายไฟว่ามีมากน้อยเท่าใด ข้อนี้หากแม้จะไม่ได้มีผลต่อคุณภาพการใช้งานโดยตรง แต่ว่าก็สำคัญ เพราะเหตุว่าการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวพอเพียงต่อการใช้แรงงาน จะช่วยทำให้สามารถต่อเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่เกิดปัญหาสายตึงรั้งเหลือเกินกระทั่งมีความเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนเกินไปจนกระทั่งเกิดความรู้สึกเกะกะ ซึ่งความยาวที่เหมาะสมของสายไฟขึ้นกับการใช้งานของพวกเราว่าเป็นยังไง ถ้าเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับแทงเครื่องมือเครื่องเสียงในรถ หรือลำโพงทั่วไป ต้องมีความยาวอยู่ที่ 30-60 ซม. ส่วนถ้าเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จะต้องลากสายยาวๆก็ต้องมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. พิจารณายี่ห้อของสาย ส่วนแบรนด์นี้ก็ถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้กันสำหรับเพื่อการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่สร้างขึ้นโดยยี่ห้ออันเป็นที่รู้จัก เลี่ยงผลิตภัณฑ์จากยี่ห้อแปลกๆหรือสินค้าโนเนม เนื่องจากชอบเป็นสินค้าที่มิได้ประสิทธิภาพ มีโอกาสทรุดโทรมเสียหายได้ง่าย
แนวทางในการเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้คุณภาพถือเป็นเรื่องที่เราจำต้องให้ความใส่ใจ เพื่อให้การเชื่อมต่อเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้เรื่องเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
ขอขอบคุณ
บทความสายสัญญาณเสียง : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com

Tags : สายสัญญาณเสียง,สายสัญญาณเสียง ราคา,สาย audio cable