เรื่องราวประวัติข้าวของเครื่องใช้น้ำหอม (Perfume) ที่ยิ่งใหญ่
ข่าวบันเทิง
ข่าวดารา
   ข่าวมุสลิม
ข่าวอิสลาม
  บายาน
บะยาน
  ลงประกาศฟรี
รวมเว็บลงประกาศฟรี

ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องราวประวัติข้าวของเครื่องใช้น้ำหอม (Perfume) ที่ยิ่งใหญ่  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

สิงหาคม 11, 2018, 03:01:17 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 23155
    • ดูรายละเอียด

ประวัติความเป็นมาสิ่งน้ำหอม (Perfume) ที่เอ้
      รู้มั้ยตวาด น้ำหอมที่เราชำระคืนกันอยู่ขณะนี้ มีประวัติยาวนานถึง 4,000 ปี ไปใบสำคัญช่องประวัติศาสตร์ที่ดินดำรงฐานะภาพจิตกรรมฝาผนังที่วิหารสิ่งของพระราชินี Hatshepsut ประเทศ Thebes ด้าว Egypt ซึ่งในภาพจะโชว์ให้เห็นว่าดึงชาวอียิปกำลังชโลมน้ำหอมลงบนกระหม่อมของตัวเอง นั่นก็หยิบยกให้เห็นว่า ได้มีการเริ่มใช้น้ำหอมในยุคนั้น พร้อมกับเราจะชักจะขยายความประวัติการสรรพสิ่งน้ำหอมกันตั้งแต่ในกาลเวลาแต่ต้นกันเลยนะคะ

น้ำหอมในสมัยดั้งเดิม (ยุคเมโสโปเตเมีย)
     น้ำหอมผู้หญิงในที่เวลาแรกเริ่มเริ่มจากแห่งคราวเมโสโปเตเมีย  ซึ่งในกาลสมัยแรกเริ่มนั้นคนแห่งหนจักเปลืองน้ำหอมได้คือฟาร์โร ด้วยกันเหล่าผู้ถือบวชที่จะนำน้ำหอมไปชำระคืนในการทำพิธีพลีกรรมแค่นั้น ซึ่งจะใช้การเผาให้อุบัติกลิ่น คล้าย การเผายางไม้ สีผึ้ง หรือเปลือกไม้ต่าง ๆ และคำว่า "Perfume" คำนี้ก็มีรากศัพท์มาจากภาษามนุษย์ละติน ที่แปลว่า "ควัน" จึงเป็นเรื่องเดิมของน้ำหอม นักบวชจะนำไปใช้ในขนมธรรมเนียมการบวงสรวงต่าง ๆ ที่เป็นระเบียบแบบแผนของของท้องถิ่น และนอกเหนือจากการใช้ในระเบียบแบบแผน ก็ยังมีการใช้พรหมทาที่ร่างกาย บ้านช่อง เรือ หรือไม่แม้แต่สัตว์เลี้ยง กับราชินีแห่งอิยิปต์ที่มีพระนามว่า Hatshepsut   ทรงมีความชอบน้ำหอมมาก จึงชุบชีวิตให้มีการสืบแสวงหาไม้ ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม ด้วยว่านำมาปฏิบัติคือน้ำหอมกลิ่นต่าง ๆ ต่อจากนั้นเมื่อพระนาง Hatshepsut ตาย ชาวอียิปต์ก็ได้รังรักษ์สวนดอกไม้ด้วยกันสร้างแผ่นหินจารึกปกรณ์ต่างๆ ไว้เพื่อจะเป็นการสดุดีอีกด้วย ด้วยกันพระนางคลีโอพัตราก็ยังประทานทาน้ำหอมที่ใบเรือด้วยกันตัวเรือทั้งปวงก่อนที่จะแรมรอนไปรับข้าราชการการเมืองชาวโรมัน ทำเอาเหล่าชาวโรมันที่รอการมาของพระนาง รอบรู้ได้กลิ่นน้ำหอมทิ้งเรือที่ทรงนั่งมาแต่ก่อนที่จะเห็นตัวเรือของพระนางด้วย   
น้ำหอมผู้หญิงยุคกึ่งกลาง   

ในกาลสมัยนี้กรรมวิธีในการสกัดกั้นจะแปลกจากสมัยดั้งเดิม ก็เพราะว่าชาวอาหรับได้รับกระทำคิดค้นกลยุทธ์การสกัดนํ้าหอมได้รุ่งเรือง พร้อมด้วยมีการเปลืองแอลกอฮอร์มาเป็นตัวทำละลาย พร้อมกับน้ำหอมกลิ่นดั้งเดิมที่ได้กระทำห้ามคือกลิ่นอายดอกกุหลาบ และหลังจากนั้น นำ้หอมก็ได้ตระเวนเข้าสู่ศตพรรษที่ 14 เพราะการเข้าสู่ทวีปยุโรธ และคนชาติปฐมภูมิทำเนียบได้นำน้ำหอมเข้ามายุโรปลงความว่าชาวฮังกาเรี่ยน ตามคำบัญชาของพระราชินี Elizabeth แห่งฮังการี่ จึงเรียกน้ำหอมกลิ่นนี้ว่า น้ำฮังการรี่ ซึ่งเป็นรูปแบบข้าวของเครื่องใช้น้ำหอมในกาลสมัยต่อ ๆ มา


          น้ำหอมคราวใหม่เอี่ยม (ยุคปัจจุบัน)   
 น้ำหอมได้ไปสู่วิธีการผลิตแบบอุตสาหกรรมแบบเป็นล่ำเป็นสันเมื่อศตวรรษที่ 19 และได้นำไปสู่วงการแฟชันอย่างสุดกำลัง เมื่อศักราช คศ. 1920  เพราะว่ามีชาวรัสเซียที่ปรมาภิไธยว่า Ernest Beaux ซึ่งครอบครองนักทำน้ำหอมแรมรอนมาที่ปารีส พร้อมกับได้เสนอน้ำหอมที่ตัวเองเป็นเหตุให้กับ Gabrielle Bonheur Chanel ซึ่งก็กลับกลายมาเป็นแบรนด์ Chanel  ในยุคปัจจุบัน กับได้รับการตกลงเป็นอย่างยอดเยี่ยม พร้อมด้วยกลิ่นที่ขายเป็นเทน้ำเทท่าและฮือฮาเต็มที่ ลงความว่า Chanel NO.5 และตั้งแต่นั้นมา อุตสาหกรรมด้านน้ำหอมก็ได้รุดหน้าขึ้นอย่างทันการ และมีใช้โด่งดัง ในคนทุกตำแหน่ง ชั้นจนมาถึงสมัยนี้

ขอบคุณบทความจาก : http://www.betta555.com/index.php?topic=115358.new#new

Tags : นำ้หอม,นำ้หอมผู้หญิง,นำ้หอมผู้ชาย